นักวิชาการด้านการศึกษา แนะปรับระบบศึกษา

นักวิชาการด้านการศึกษา แนะปรับระบบศึกษา เพื่อเพิ่มทางเลือกเด็ก

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ภาคประชาสังคม) ในคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ในโอกาสเทศกาลปีใหม่ไทย ตนอยากให้วงการศึกษามีมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งพบว่าไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก โดยพบว่า การศึกษาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สร้างฐานะทางสังคม เศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ โดยพบว่า แผนการศึกษาชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีคำหลัก 4 คำ ประกอบด้วย ความเป็นเลิศทางการศึกษา การแข่งขันบนเวทีโลก มาตรฐานการศึกษา และประสิทธิภาพ ซึ่งทั้ง 4 คำนี้ถือเป็นกระแสหลักของการศึกษาในปัจจุบันในการผลิตคนที่เน้นการแข่งขันระดับโลก การสร้างคนเข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีความเป็นเลิศ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นกระแสหลักของทุกประเทศเช่นกัน

ข่าวการศึกษา-มหาลัย-2565
ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า กระแสหลักดังกล่าวของการศึกษา ถือเป็นตะแกรงในการร่อนเด็กช่วงชั้นต่างๆ ให้หลุดจากระบบ จากระดับอนุบาลขึ้น ป.1 หายไป 4%, ป.6 ขึ้น ม.1 หายไป 19%, ม.3 ขึ้น ม.4 หายไป 48% และ ม.6 เรียนต่ออุดมศึกษา หายปี 50% ทำให้เรามีคนที่ตกหล่นในสังคม ขาดการศึกษา ขาดทักษะด้านต่างๆ เป็นคนเร่ร่อน รวมเกือบ 20 ล้านคน และคาดว่าคนกลุ่มนี้จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่า กระแสการศึกษาหลักได้ทิ้งคนไว้ข้างหลังเกือบ 20 ล้านคน ดังนั้นระบบการศึกษาจะมีกระแสหลักเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องเพิ่มการศึกษาทางเลือก เป็นลู่วิ่งให้กับคนที่หลุดจากระบบ โดยยึดคำ 4 คำประกอบด้วย การเปิดพื้นที่การเรียนรู้, ความหลากหลายทางการศึกษา, ความแตกต่างทางสังคม เพศ และการเรียนรู้ และมีนิเวศการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน เพื่อให้เด็กที่หลุดจากตะแกรงร่อนขนาดใหญ่ของสังคม ได้มีเส้นทางเดินทางในชีวิต ประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด เช่น ช่างด้านต่างๆ เชฟ ยูทูบเบอร์ จิตรกร นักเต้น เป็นต้น โดยระบบโรงเรียนควรเปิดกว้าง ส่วนหนึ่งคัดเลือกเด็กเก่งเข้าเรียน อีกส่วนหนึ่งก็ต้องรับเด็กอ่อน แต่มีวิชาเลือกจำนวนมากเพียงพอให้เด็กเลือกเรียนตามความถนัด เป็นลู่วิ่งที่เหมาะสม ไม่ใช่เข้าสู่การศึกษากระแสหลักแล้วก็เป็นผู้แพ้อยู่เรื่อยไป ที่สำคัญกระทรวงศึกษาธิการ ต้องปรับวิธีคิดและโครงสร้างการบริหารงาน ปรับระบบโรงเรียน หลักสูตร ให้รองรับด้วย.